Home / ข่าว / ข่าวบ้านเรา / ผู้นำชีอะห์แห่งประเทศไทย กับการดับฟิตนะวะฮาบีย์ : กรณีตีความสถานภาพ นบีในทัศนะชีอะห์

ผู้นำชีอะห์แห่งประเทศไทย กับการดับฟิตนะวะฮาบีย์ : กรณีตีความสถานภาพ นบีในทัศนะชีอะห์

หลังจากที่ลัทธิวะฮาบีได้ตัดต่อคำพูดของฮุจญตุลอิสลาม ซัยยิดสุไลมาน ฮูซัยนี ผู้นำชีอะห์แห่งประเทศไทย เรื่องศาสดาและอุลามาฮ์นั้น วันนี้ท่านได้ออกมาดับฟิตนะฮ์พวกวะฮาบี

: เพราะอุลามาอ์ที่แท้จริง อุลามาอ์ในนิยามของ รอซูลลุลลอฮ์ (ซ.ล) และในนิยามของอิสลาม คือคนที่ทำภาระกิจอันนี้ และเป็นที่มาของฮาดิษบทหนึ่งที่อยากจะพูดคุย ซ้ำอีกครั้งหนึ่งในค่ำคืนนี้ เพื่อพวกวะฮาบีย์ตาบอดทั้งหลายจะได้ตาสว่าง

:​​นบีพูดไว้เกี่ยวกับลักษณะของ อาลิม,อุลามาอ์ ไว้มากมายหลายรูปแบบ แต่วันนี้เราจะคุยเพียง 3 รูปลักษณะที่พบในฮาดิษที่มีอยู่ทั้ง อินดัลฟารีเกน ซุนนี้ก็รายงานเหมือนกัน ชีอะอ์ก็รายงานเหมือนกัน

:​1 ลักษณะหนึ่ง หรือรูปแบบหนึ่ง ความยิ่งใหญ่ของอุลามาอ์ ท่านนบีได้กล่าวว่า “อัลอุลามะ อ์ วะรอฟาตุลอัมบียา” อุลามาอ์คือทายาทของบรรดาศาสดา (ยกฮาดิษที่ส่งไปให้ สองและสาม)

:​ทายาท “วะรอฟาตุลอัมบียา” จริง ๆ แล้วแค่ฮาดิษบทนี้ก็น่าจะจบแล้ว จริง ๆ แล้ว นี่เบื่องต้นก่อน และถ้าเราจะพูดในเชิงของวิชาการ ในภาษาของนักวิชาการเค้าเรียกว่า ฮาดิษนี้ “มุตลัก” มุตลักคือ ไม่ได้จำเพราะว่า เฉพาะเรื่องนี้ เหมือนกับพวกวะฮาบีย์พูดว่า ไม่ หมายถึงว่าถ่ายทอดความรู้ของนบี ไม่ลองถามดู

:​สรุปว่า หมายถึงว่าถ่ายทอดความรู้นบีในฮาดิษไม่เลย ฮาดิษที่มุตลักคือไม่ได้บอกในเรื่องหนึ่งเรื่องใด ว่าเป็น “วารอฟาตุลอัมบียา” เป็นทายาทของศาสดา เป็นผู้รับมรดกของศาสดา

:​ถามว่า ถ้าเกิดศาสดาองค์หนึ่ง เป็นนักปฏิวัติ สามารถปฏิวัติ มีอำนาจรัฐ อุลามาอ์รับมรดกอันนี้ไหม ถ้าตอบว่า ไม่ เอาหลักฐานมา

:​เพราะฮาดิษนี้คือ “มุตลัก” คือพูดไว้ในภาพว่า “อัลอุลามาอ์วะรอฟาตุลอัมบียา” นี่คือเบื่องต้นก่อน ทายาทคือ ทายาทในที่นี้หมายความว่า อะไรที่เป็นภารกิจของบรรดาศาสดา หากเราพูดในรวม ๆ ก่อน นั่นคือหน้าที่ของอุลามาจะต้องทำ แต่ว่า ทำเท่าที่ทำได้

:​ทำเท่าที่ทำได้ แต่ รอซูลลุลลอฮ์ (ซ.ล) ไม่ได้พูดไว้เพียงแต่ฮาดิษบทนี้ เขยิบขึ้นมาอีกนิดนึง เขยิบมาอีกนิดนึง ฮาดิษทั่ว ๆ ไป “อัลอุลามะ วะรอฟาตุลอัมบียา” คือทุก ๆ อุลามา ไม่ได้เจาะจง ยังไม่ได้กำหนดว่า อุลามาไหน? แบบไหน? ยุคไหน?

:​หลังจากนั้นนบีเขยิบขึ้นมาสูงอีกนิดนึง ฮาดิษที่สองนี้ก็มีทั้งใน อะลิซซุนนะห์ มีทั้งฝ่ายชีอะอ์ ก็คือ “อัลอุลามาฟีอุมมาตี กะ อัมบียาบนีอิสรออีล” (ฮาดิษบทที่1ที่ส่งให้) มี กาฟ เข้ามาตัวนึง กะอัมบียาบนีอิสรออีล เหมือนกับนบีของบนีอิสรออีล

:​ถ้าจะตกใจ น่าจะตกใจตั้งแต่ตอนนี้แล้ว เอ้…. อุลามา อะไรว้า อุลามาคือคนธรรมดาทำไมไปเทียบเสมอกับนบี ฮาดิษนี้ ไอพวกนี้มันไม่ทะเลาะเพราะว่า แบบว่า ในทัศนะของพวกเขามัน ไอความสมบูรณ์ ความซอแฮ๊ะเนีย ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ บิดเบือน พลิกแพลง อะไรเกือบไม่ได้ ก็ไม่ยอมคุย นบีบอกว่า “อัลอุลามาฟีอุมมาตี กะ อัมบียาบนีอิสรออีล” อุลามาของอุมมัตของฉัน

:​แยกและ ฮาดิษบทแรก “อัลอุลามะ วะรอฟาตุลอัมบียา” อุลามาคือทั่ว ๆ ไป ไม่รู้อุลามาสมัยไหน คือตัวแทนศาสดา แต่เมื่อถึงความสูงส่ง จะเอาอุมมัตของท่านไปเปรียบเทียบกับบรรดา ศาสดาหรือนบีแห่งบนีอิสรออีล นบีบอกว่า “อัลอุลามาฟีอุมมาตี” เฉพาะอุลามาในอุมมัตของฉัน เดียวค่อยมาแลว่าทำไมต้องบอกเฉพาะอุลามาในอุมมัตของฉันที่ “กะ อัมบียาบนีอิสรออีล” เท่ากับ ทำไมไม่ตกใจอะ

:​ถามว่ามีไหม? หรือต้องมีไหม? คุณฮาริส ต้องมีไหม? ท่านนบีพูดว่าอุลามาในอุมมัตของฉัน เอาฮาดิษที่สองก่อน อยู่ในตำแหน่งเดียวกับนบีแห่งบนีอิสรออีล ถามว่า อุลามาแบบนี้มีจริงไหม? ต้องมีซิ นบีบอกไว้แล้ว ต้องมี ส่วนหาเจอ หาไม่เจอ ส่วนคุณจะให้เป็นอิบนี ตัยมียะห์ คุณจะให้เป็น บินบาซ เรื่องของคุณ นั้นทัศนะของคุณ เราก็ไม่ยุ่ง ไม่ค้านกับคุณ

:​คุณบอกว่าน่าจะเป็น บินบาซหรือคุณบอกน่าจะเป็นอิบนี ตัยมียะห์ก็เป็นไปเลย เพราะพวกคุณก็เคยพูด อุลามาของคุณก็เคยพูด ถ้ามีนบีอีก อิบนี ตัยมียะห์ต้องเป็นนบี ไม่เห็นมีใครจุดประเด็นขึ้นมา พูดกันมาและก็เชื่อกันว่าถ้ามีนบีอีกต่อไป อิบนี ตัยมียะห์ คือนบี

:​และที่ไป ที่มาของทั้งสอง ทุกพวกที่กล้าพูดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เพราะ ฮาดิษ ในนี้ มันจริง ๆ แล้วมันเป็นที่ยอมรับ อย่างเอกฉันท์ว่า ฮาดิษในลักษณะนี้นั้น มันมีอยู่ทั้งสองฝ่าย ความประเสริฐของอุมมัตของท่าน นบีมุฮัมมัด(ซล.) แต่ไม่ใช่อุมมัตทั่วไป อุมมัตที่เป็น อุลามา และเราก็ได้อธิบายคำว่า อุลามา ไปแล้ว หลังจากนั้นยังไม่เพียงพอ มีฮาดิษที่เราบอกว่าจะคุยกันแค่ 3 ฮาดิษ ฮาดิษที่ 3 จึงเข้ามาว่า

:​“อัลอุลามะฟีอุมมาตี อัฟดอลลุ มินอัมบียาบนีอิสรออีล” “อุลามาในอุมมัตของฉัน ประเสริฐกว่า นบี แห่ง บนีอิสรออีล” แน่นอน ฮาดิษนี้ยิ่งใหญ่ ต้องการความรู้ ต้องการ การขบคิด บรรดาอาลิม อุลามา ก็นำมาถก นำมาเป็นจำนวนมาก เอามาถก เอามาคุย หาว่าแบบไหน อย่างไร อุลามาบางท่านก็ให้ความหมายฮาดิษนี้ว่า อัมบียาบนีอิสรออีล ที่ไม่ได้เป็นรอซูล บางท่านบอกอย่างนี้ หรือ อัมบียาจากบนีอิสรออีล ที่ไม่ได้เป็น “อุลิลอัซมิ” ที่เหลืออาจจะสูงกว่า เหตุผลก็ถูกถามอย่างมากมาย ซอลาวาต…

:​เหตุผลได้ถูกนำเสนอ ได้ถูกนำอธิบายในรูปลักษณะ แต่ละคนต้องให้ทัศนะ ว่าฮาดิษนีมันเป็นฮาดิษที่ยิ่งใหญ่เป็นอย่างมาก ที่จะต้องทำความเข้าใจ นั้นในบางเรื่องของอาลิมอุลามา ทั้งของเราและของเขาในอดีตได้ทำการอธิบาย มันมี ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่ได้ประเสริฐไปกว่าบรรดาอัมบียาแห่งบนีอิสรออีลทั้งหมด มิใช่

:​เพราะอัมบียาบนีอิสรออีล พี่น้องต้องดูประวัติศาสตร์นิดนึง ใน แสนสองหมื่นสี่พันองค์นั้น มีอัมบียาประเสริฐมากมาย บางนบี บางนบีเป็นนบีของครอบครัวตัวเอง ไม่เคยสอนใครเลย สอนแต่คนในครอบครัว บางนบี เป็นนบีแค่ ตระกูลของตัวเอง ตระกูลก่อน บางนบี ซึ่งในอัลกรุอ่านก็บอก ว่า นบีบางคน จากบนีอิสรออีล เป็นนบีในครอบครัว บางคนเป็นนบีในตระกูล บางคนเป็นนบีในเผ่าพันธุ์ของตัวเอง

:​ซึ่งในอัลกรุอ่านได้บอกไว้ “อะไรแต่ละอย่างที่เล็กกว่า เอามาบวกลบกัน คือว่า บางครั้ง พวกบนีอิสรออีลฆ่านบีคืนเดียว สองร้อยคน แสดงว่านบีมีมาก ตำแหน่ง ตำแหน่งของนบี แต่ว่า ภารกิจของนบี อาจจะแตกต่างกัน ในกรุอ่านก็มีจำนวนมาก “วะอิลา ซะมูดะ อะคอฮุม ศอเลฮา” เราส่งศอเลห์และไปยังชาว ซะมูด คือ มีภารกิจกับ ซะมูดเท่านั้น

“และยังประชาชาติซะมูดนั้น เราได้ส่งศอเลห์ซึ่งเป็นพี่น้องของพวกเขาไป เขากล่าวว่าโอ้ประชาชาติของฉัน! จงเคารพสักการะอัลลอฮ์เถิด ไม่มีผู้ที่ควรได้รับการเคารพสักการะใด ๆ สำหรับพวกท่านอีกแล้วอื่นจากพระองค์ แน่นอนได้มีหลักฐานอันชัดเจนจากพระเจ้าของพวกท่านมายังพวกท่านแล้วนี้คืออูฐตัวเมีย ของอัลลอฮ์ในฐานะเป็นสัญญาณหนึ่งสำหรับพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงปล่อยมันกินในแผ่นดินของอัลลอฮ์เถิด และจงอย่าแตะต้องมันด้วยการทำร้ายใด ๆเลยจะเป็นเหตุให้การลงโทษอันเจ็บแสบคร่าพวกท่านเสีย”

:​มีภารกิจกับชาว ซะมูด นบีฮูดก็มีภารกิจกับอีกหนึ่งเผ่าพันธุ์ นบีคนนั้นมี… จำนวนมากเป็นอย่างนี้ จนกระทั่งมาถึงท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) “ยกภาษาอาหรับมา” โอ้ มุฮัมมัด เอ๋ย เราไม่ได้ส่งเจ้ามาเพื่อสิ่งใดเว้นแต่เพื่อมวลมนุษยชาติทั้งมวล

28. และเรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่ออื่นใด เว้นแต่เป็นผู้แจ้งข่าวดีและเป็นผู้ตักเตือนแก่มนุษย์ทั้งหลาย
ตั้งใจฟังนิดนึง ท่านนบีมูฮัมมัด (ซล.) มีภารกิจที่แตกต่างกับเกือบจะทุกนบีเพราะนบีถูกส่งลงมาเพื่อ “กาฟะตัลลินนาส” มนุษยชาติ “กาฟะ” คือ หมดทุกคน ไม่ใช่เพื่อเผ่าพันธุ์ เพื่อเผ่าพันธุ์ใด

:​ถามว่าสมมุติเรายึดเอาคำนี้ในอัลกุรอ่าน และถ้าเอาแค่ฮาดิษที่มีมาอธิบาย “วะอัลอุลามะ วะรอฟาตุลอัมบียา” ซึ่ง ฮาดิษนี้นั้น ไม่มีข้อขัดแย้ง ไม่มีการทำให้ “ดออีฟ” ไม่มีการปฏิเสธ ถ้านบีมีภารกิจอันนี้ และถามว่า อุลามา ของท่าน ยุคอุลามาในอุมมัต ของท่าน นบีมูฮัมมัด (ซล.) มีภารกิจอันนี้ด้วยไหม ?

:​เพื่อมวลมนุษยชาติทั้งมวลด้วยไหม ? อาลิม อุลามาไหนที่สามารถที่จะทำตำแหน่งนี้ได้ เป็นผู้รู้แห่งมวลมนุษยชาติ เขาคือหนึ่งในความหมายที่ว่า “อัลอุลามาฟีอุมมาตี” ภารกิจบางอย่างของอุลามาแบบนี้ ก็จะประเสริฐกว่า ภารกิจของบรรดาศาสดา เหมือนหรือประเสริฐกว่าขึ้นอยู่กับความสำเร็จของภารกิจต่าง ๆ เหล่านั้น จริง ๆ ไม่ได้ไกล ไม่ได้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากเลย ไม่ได้เป็นเรื่องที่เข้าใจยาก นี่คือความสูงส่ง จริง ๆ แล้วเรายังมีฮาดิษต่าง ๆ อีกมากมาย ที่มีฮาดิษหลักฐานว่า มีนบีจำนวนหนึ่งขอดุอาอ์ให้มาเป็นอุมมัตของท่าน นบีมุฮัมมัด (ซล.) ไม่ใช่เป็นนบีนะ ให้มาเป็น อุมมัติของนบี มุฮัมมัด(ซล.) เหตุผลมีต่าง ๆ มากมาย

:​อุลามา ที่แท้จริง อุลามา ที่แท้จริง ที่ท่านนบี เพราะเราบอกคำว่าอุลามาคือ บุคคลที่รวบรวมความรู้ของนบี ใช้คำว่าเกือบทั้งหมด คล้ายว่าเกือบทั้งหมด ความรู้ของท่าน นบีมุฮัมมัด (ซล.) หรือ อิสลาม ที่นบีนำมา ๆ นั้น เป็น อิสลามที่ เป็นอิสลามฉบับที่สมบูรณ์ หลัก ๆ ทั้งหมด สมบูรณ์ หลังจากท่านนบีจากไปแล้ว มนุษยชาติจะไม่จำเป็นในคำสั่งสอนใหม่อีกต่อไปจนถึงวันกิยามัติ เรื่องหลักนะ เรื่องย่อย ๆ มันเปลี่ยนแปลงได้ตามยุคเวลา มีการ “อิจญติฮาต” ไอนั้นคือ ปัญหาใหม่เกิดขึ้น ก็เอาหลักที่มีอยู่นั้นแหละมาวินิจฉัย นั้น คือ คำสั่งสอนที่ สมบูรณ์ที่สุดได้มาถึงแล้ว สมบูรณ์ที่สุดได้มาถึงแล้ว สมบูรณ์ทุกสาขา ที่ผมบอกไป “ชะรีอัต อัคลาค มะอ์รีฟัต แล้วแต่เราจะเรียก ตอรีกัต มะอ์รีฟัต” ที่เราเรียกว่า อิรฟาน ทุกอย่างที่นบีนำมาสอนนั้นสูงส่งเป็นอย่างมาก

:​สูงส่งเป็นอย่างมาก ซึ่งในยุคศาสดาก่อน ๆ ความรู้ที่สมบูรณ์ในลักษณะนี้นั้น ยังไม่ได้ถูกประทานให้ ด้วยเหตุและปัจจัยต่าง ๆ

 

ดังนั้นในทัศนะชีอะห์จึงมีความเชื่อจากฮาดิษของท่านศาดดาว่า บรรดาอุลามาอ์ที่มีความสมบูรณ์ทุกประการ ตามแบบฉบับของท่านศาสดาก็อาจจะเสมอเหมือนกับบรรดาศาสดาแห่งบนีอิสรออีลหรืออาจจะสูงส่งกว่า ขึ้นอยู่กับภารกิจที่เขากระทำ และวัจนะของท่านศาสดาในประเด็นดังกล่าว มีการบันทึกในสองมัซฮับ ทั้งพี่น้องซุนนะฮ์และชีอะห์ แต่มิได้หมายถึงบรรดาศาสดาที่เป็นอุริลอัซมิ

และเมื่อเราอยู่ในศาสนาที่มีความสมบูรณ์ที่สุด โดยการนำพามาของศาสดามุฮัมหมัด(ศ็อล) คืออิสลามแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีศาสนาหรือศาสดาอื่นจากพระองค์อีก เพราะศาสนาอิสลามและท่านศาสดา คือ คอตัมมุลอัมบียา หรือศาสนทูตองค์สุดท้ายจากระผู้เป็นเจ้า

 

 

comments

เกี่ยวกับผู้เขียน ชมรมคนรักวิลายะตุลฟะกีฮ์แห่งประเทศไทย

alwilayat.org | นำเสนอข่าวสาร สาระ ความรู้ ความเคลื่อนไหว จากอีกมุมมองหนึ่งที่แตกต่างของโลกอิสลาม ชมรมคนรักวิลายะตุลฟะกีฮ์แห่งประเทศไทย เกิดจากการรวมตัวกันของพี่น้องชีอะห์ในประเทศไทย ที่มีความรักและศรัทธามั่นต่อการปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน โดยการนำของท่านอิมาม ซัยยิดอาลี คาเมเนอี

Check Also

ตลาดข้าว – ยางไทย “อิหร่าน” สดใส

“ดร.เลอพงษ์ ซาร …